head-watdonsai-min
วันที่ 27 กันยายน 2021 11:04 PM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนวัดดอนทราย(ไชยประชาสรรค์)
โรงเรียนวัดดอนทราย(ไชยประชาสรรค์)
หน้าหลัก » นานาสาระ » น้ำตาพิราบขาว

น้ำตาพิราบขาว

อัพเดทวันที่ 5 พฤศจิกายน 2020

น้ำตาพิราบขาว

พิราบขาว
พิราบขาว มาอย่างเสือ กลับอย่างหมา นับตั้งแต่เดือนที่ 4 เธอและทีมงานเริ่ม ไม่มีใครได้รับเงินเดือน แม้แต่คนเดียว ระวีติดต่อไปยังเลขานายหัวสมชายเธอก็ได้แต่พูดว่า ได้แจ้งนายหัวไปแล้วๆ แต่มันก็เคยไม่มีผลอะไรตอบกลับมาเลย สวัสดิการอาหารเช้าที่โรงแรมถูกสั่งงด ค่าน้ำมันรถที่สำรองจ่ายไปทำงานก็เบิกไม่ได้ สาตาของทีมงานเก่าที่ทำงานเริ่มมีแววเยาะเย้ย และคำพูดถากถางที่หลุดออกมาเป็นระยะๆ

ขวัญและกำลังใจของทีมงานเริ่มอ่อนแรง ระวีใช้เงินเก็บทั้งหมดที่มีมาซื้อข้าวปลาอาหารให้ทีมงานกิน ในแต่ละมื้อคน 12 คนมีเพียงปลากระป๋อง 3 กระป๋อง ก่อนถึงเวลากินข้าวระวีต้องเตรียมอาหารโดยขยี้ปลากระป๋องให้ละเอียดที่สุด และบีบมะนาว น้ำปลา น้ำสุกเติมลงไปเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำ และทุกคนต้องนั่งกินข้าวพร้อมๆกัน เพื่อจะได้กินได้กินและอิ่มอย่างเท่าเทียม

ชีวิตของทีม พิราบขาว ลูกผสมลำบากขึ้นเรื่อยๆ แต่ทุกคนก็ยังไปทำงานตามหน้าที่ วันหนึ่งเป็นวันหยุด ผู้ช่วยของนายหัวสมชายคนหนึ่งมาที่บ้านพักหลังเล็กที่ทีมงานกำลังนั่งคุยอยู่ เขาเดินไปในครัว สำรวจข้าวของ จนไปถึงที่เก็บปลากระป๋องซึ่งเหลืออยู่ 6 กระป๋องสุดท้ายที่มี แล้วยกมันขึ้นและประกาศลั่นบ้านน้ำเสียงข่มขู่ว่า ปลากระป๋องยี่ห้อนี้ห้ามกิน

เพราะเจ้าของโรงงานมันเป็นคนของพรรคคู่แข่งของนายหัว และเทปสัมภาษณ์ที่สัมภาษณ์ประธานหอการค้าน่ะ ห้ ามเอาออกอากาศตอนที่ 2 นะ มันเป็นคนของพรรคการเมืองฝ่ายตรงกันข้ามกับพรรคนายหัว ทีนี้รู้หรือยังล่ะทำไมถึงอดอยากไม่ได้รับเงินเดือน!!!! ”

สิ่งที่ระวีได้ยิน มันทำให้เธอถึงบางอ้อ อย่างไม่ต้องหาเหตุผลอื่นใด ที่ทีมงานของเธอไม่ได้รับเงินเดือน ระวีทนไม่ไหวที่จะโดนกระทำเอาการเมืองมาครอบงำและเหยียบย่ำศักดิ์จรรยาบรรณของพิราบขาวแบบนี้ เธอปรี่เข้าไปแย่งปลากระป๋องจากมือของคนที่เข้ามาบุกรุก และพูดด้วยน้ำเสียงดังกร้าวว่า

“ ขอโทษนะ ถ้าคุณไม่รู้ก็รู้ไว้ซะ ว่าก่อนที่ฉันกับทีมงานและเดินทางลงมาทำงานที่นี่ นายหัวสมชายได้ให้คำสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า พวกเราจะไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับการเมืองไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น ทั้งทางตรงปละทางอ้อม ถ้าคุณถึงขนาดมาระราน ปลากระป๋อง 6 กระป๋องสุดท้าย เพราะในเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองบ้าๆนี่

เราได้เห็นดีกันแน่ เอาปลากระป๋องของเรามาเดี้ยวนี้ ” ลูกทีมทั้ง 11 คนไม่เคยเห็นระวีโกรธจัดขนาดนี้ ทั้งหมดจึงลุกฮือ และเดินเข้าหาผู้ช่วยนายหัวเพื่อแย่งปลากระป๋องคืน เห็นท่าไม่ดี ผู้ช่วยนายหัวจึงรีบแผ่นแน่บออกไปจากนอกบ้าน ระวีน้ำตาไหล เธอสงสารลูกน้องจับใจที่พาเขามาเจอสภาพแบบนี้

ระวียกมือขึ้นไหว้และกล่าวขอโทษลูกน้องทุกคน หนูเท่งเป็นคนแรกที่ดินข้ามากอดระวี พร้อมกับกล่าวว่า “ หัวหน้าทำดีที่สุดแล้ว” และทุกๆคนก็เดินเข้ามากอดหัวหน้าของพวกเขาเป็นวงกลมขนาดใหญ่ พวกเรากอดและร้องไห้ด้วยกัน

กว่าจะนั่งปรับและปลอบใจซึ่งกันและกัน ก็ร่วม 5 ทุ่มกว่า ระวีจึงสั่งให้ทุกคนเข้านอนและลืมเรื่องเลวร้ายนี้ไปซะ สองคนในทีมงานแอบกระซิบอะไรกันบางอย่าง จนระวีต้องถามขึ้น
“มีอะไรจะบอกพี่หรือเปล่าคะ” ทั้งสองเงยหน้าขึ้น และบอกว่า พรุ่งนี้หนูสองคนขอลางานวันหนึ่งค่ะ จะกลับพัทลุง และนครศรีธรรมราชกัน เพื่อจะไปเอาเสบียงอาหาร ข้าวสารและของกินอื่นๆที่บ้านมาให้พวกเรากินกันค่ะ ขออนุญาตนะคะหัวหน้า

สิ้นคำขออนุญาต ระวีร้องไห้โฮด้วยความซึ้งใจของลูกน้องเป็นที่สุด เธอจะหยิ่งไม่ได้ เพราะมีอีก 10 ชีวิตต้องการอาหารเหล่านั้น ระวีกล่าวขอบคุณ และอนุญาตลูกน้องทั้งสองด้วยน้ำตาที่นองหน้า
“ ขอบคุณแทนเพื่อนๆทุกคนด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆ ขอให้เดินทางปลอดภัยนะคะ เทพ พรุ่งนี้เธอไปส่ง แตง กับ ภมร ขึ้นรถด้วยแล้วกันนะคะ และขากลับโทรมาพี่จะให้เทพขับรถไปรับ แล้วทุกคนก็กอดลาให้กำลังใจและแยกย้ายกันเข้านอน

ระวีเข้านอนได้ไม่ทันถึง 2 ชม . เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น
“ ผมจะทิ้งสถานีแล้วนะ ผมลาออกเดี้ยวนี้ ถ้าอยากจะให้สถานีออกอากาศอยู่ก็รีบมาทำเองแล้วกัน ผมจะไปแล้ว” เสียงปลายสายเหมือนกำลังเมาเล็กน้อยแต่ก็พูดชัดเจน จริงจัง
“ได้สิสิงห์ รอพี่แป็ปหนึ่งนะ พี่จะไปเดี้ยวนี้ แต่ขอสิงห์อยู่ส่งมอบงาน ให้พี่อีกสักครั้งนะ แล้วพี่จะไปคุมสถานีให้ออกอากาศเอง พี่ขอแค่นี้ “

“เร็วๆ เเล้วกันพี่ ผมจะให้โอกาส” เร็วเท่าความคิด ระวีหยิบเสื้อแจ็คเก็ต คลุมตัว และหยิบกุญแจรถเดินออกจากห้อง โดยไม่คิดจะปลุกใคร เธอเป็นหัวหน้าเธอต้องรับผิดชอบ
ไม่ถึง 10 นาทีระวีก็พุ่งตัวเข้าไปยังห้องควบคุมออกอากาศ สิงห์มองเธออย่างแปลกใจที่มาคนเดียว แต่เธอไม่ว่ากระไร ขอให้สิงห์สอนและบอกเธอถึงปุ่มต่างๆที่ใช่ในการออกอากาศ ระวีมีพื้นฐานและเคยเข้ามาลองทำดูบ้างแล้ว จึงไม่ยากที่จะเข้าใจ และควบคุมมันได้อย่างรวดเร็ว

ช่วงเวลาหลังเที่ยงคืนสถานีจะปล่อยเทปภาพยนตร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องให้ลูกค้าดู เธอกล่าวขอบคุณสิงห์ที่รอเธอมาถึง สิงห์ยกมือไหว้ระวีเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินจากไปม่เหลียวหลัง
ระวีบรรจุเทปตามผังรายการที่ได้แจ้งสมาชิกไป อีก 2 ชม. จึงจะเปลี่ยนเทปเรื่องใหม่ ด้วยความอ่อนเพลีย เธอจึงทรุดตัวลงหยิบหมอนในห้องควบคุมมานั่งกอด

แล้วนั่งพิงฝาผนังกอดเข่า โดยไม่ลืมที่จะตั้งนาฬิกาปลุกก่อนเทปที่ใส่จะหมดเวลา หลายเรื่องที่เกิดขึ้นประเดประดังเข้ามามากมายในความคิด ระวีไม่รู้ตัวว่าตัวเองผล็อยหลับไปเมื่อไหร่ กำลังจะหลับสนิท ระวีก็รู้สึกเหมือนถูกมือคู่หนึ่งเขย่าเบาๆที่ต้นแขน

“หัวหน้าๆ” เสียงของหนูเท่ง ระวีค่อยๆลืมตาตื่น หนูเท่งจริงๆด้วย

“หนูเท่งเธอมายังไงน่ะ”

“ ก็มากันหมดนี่แหละหัวหน้า” แล้วหนูเท่งก็ชี้นิ้วให้ดูที่พื้นห้องส่ง ภาพที่ระวีเห็นทำให้เธอต้องน้ำตาไหลพรากอย่างยั้งไม่อยู่

 

ลูกน้องทั้ง11 คนของเธอกำลังนอนอยู่กับพื้นห้องออกอากาศด้วยความอ่อนเพลีย ทั้งที่หลับ แต่ความเครียดบนใบหน้ายังคงแสดงอยู่ทุกคน นี่เธอเอาลูกเอาหลานเขามาทรมานให้ตกอยู่ในสภาพแบบนี้เหรอนี้ เธอนี่มันแย่จริงๆระวี”

ระวีหันมากอดหนูเท่งแน่น หนูแท่งน้ำตาไหลเป็นครั้งแรกและบอกว่า “ไม่เป็นไรแก แกอยูที่ไหนเราก็ต้องอยู่ด้วยกันทิ้งกันไม่ได้หรอก”
ติดตามอ่านตอนจบ ตอนสุดท้าย “ โผผินคืนถิ่น”

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนวัดดอนทราย (ไชยประชาสรรค์)
โรงเรียนวัดดอนทราย (ไชยประชาสรรค์)
โรงเรียนวัดดอนทราย (ไชยประชาสรรค์)
โรงเรียนวัดดอนทราย (ไชยประชาสรรค์)