head-watdonsai-min
วันที่ 28 กันยายน 2021 12:17 AM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนวัดดอนทราย(ไชยประชาสรรค์)
โรงเรียนวัดดอนทราย(ไชยประชาสรรค์)
หน้าหลัก » นานาสาระ » เล่าเรื่องในวัยเยาว์

เล่าเรื่องในวัยเยาว์

อัพเดทวันที่ 4 พฤศจิกายน 2020

เล่าเรื่องในวัยเยาว์

ชีวิตในวัยเยาว์

 

 

ชีวิตในวัยเยาว์ ผมจะขอเล่าเรื่องชีวิตในวัยเยาว์ของผมต่อเป็นตอนที่ 2 จากที่ ผมเล่าค้างไว้ในตอนแรก ซึ่งเป็นช่วงเวลาตั้งแต่ที่ผมถือกำเนิดเกิดมาจนถึงเวลาที่ผมเข้าเรียนระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีนั้น ซึ่งเป็นการเริ่มต้นชีวิตของนักเรียนประถมของผมโดยผมเข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และเข้าเรียนหลังพี่ชายผมซึ่งเข้ามาเรียนที่นี่ก่อนแล้ว

เนื่องจากพี่ชายผมอายุมากกว่าผมหนึ่งปี ดังนั้นตอนที่ผมเข้ามาเรียนชั้นประถมปีที่ 1 พี่ชายของผมจึงขึ้นชั้นประถมปีที่ 2 แล้ว ความจริงผมมีน้องชายอีกคนหนึ่งซึ่งอายุน้อยกว่าผมสามปี ตอนนั้นผมจำได้ว่าน้องชายของผมน่าจะเริ่มเข้าเรียนในโรงเรียนอนุบาลแต่ภายหลังน้องชายคนเล็กของผมก็มาเข้าเรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีเช่นกันชีวิตในวัยเยาว์ ตอนขึ้นชั้นประถมศึกษาผมเริ่มเป็นเด็กที่โตขึ้นจนพอรู้เรื่องรู้ราวอะไรบ้างแล้วผมจึงพอที่จะมีความทรงจำอะไรมากกว่าตอนเรียนชั่นอนุบาลซึ่งผมยังเป็นเด็กเล็กมาก

ผมจำได้ว่าโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีสมัยที่ผมเข้าเรียนนั้นเป็นโรงเรียนที่มีแต่นักเรียนชายล้วน เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 1 ถึงชั้นประถมปีที่ 7 และมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในสมัยนั้นระบบการศึกษาระดับประถมศึกษายังเรียนระบบ 7 ปีและมัธยมศึกษายังเรียนระบบ 5 ปีอยู่ ดังนั้นคนที่จบมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีจะต้องไปสอบเข้าเรียนต่อมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5 ต่อไป ตอนที่ผมเข้าเรียนนั้นโรงเรียนเพิ่งก่อตั้งมาไม่ถึงสิบปี
ผมใคร่ขอเล่าถึงความเป็นมาของโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีเสียหน่อยก่อนคือโรงเรียนของผมเป็นโรงเรียนที่ก่อตั้งโดยคณะภารดาเซนต์คาเบรียล และตั้งอยู่ในบริเวณหมู่บ้านเศรษฐกิจ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร แต่เดิมอยู่ในที่ดินของนายไถง

สุวรรณฑัต ซึ่งเป็นอดีต สส.พรรคการเมืองชื่อดังและเป็นเจ้าของหมู่บ้านเศรษฐกิจซึ่งเป็นหมู่บ้านจัดสรรแห่งแรกของไทย ซึ่งนายไถง สุวรรณฑัตได้บริจาคที่ดินประมาณ 56 ไร่เพื่อให้สร้างโรงเรียน ต่อมาภายหลังเท่าที่ผมได้ไปสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมทราบว่าปัจจุบันโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีไม่ใช่โรงเรียนที่มีแต่นักเรียนชายล้วนแล้ว ปัจจุบันเป็นโรงเรียนแบบสหศึกษาคือมีทั้งนักเรียนหญิงและนักเรียนชายและมีการสอนระดับประถมศึกษาตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 1 ถึงชั้นประถมปีที่ 6 และระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตามระบบใหม่

ช่วงเวลาที่ผมเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาน่าจะเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดผมจำได้ว่าตอนเข้าเรียนประถม 1 นั้นชั้นประถม 1 มีจำนวนนักเรียนมากจึงต้องแบ่งออกเป็นสามห้องคือห้อง ก ถึง ค โดยผมอยู่ในห้อง ข เวลาไปโรงเรียนก็มีความสนุกสนาน ผมจำได้ว่าผมเป็นเด็กที่เรียนเก่งมักจะสอบได้ที่หนึ่งหรือที่สองเป็นประจำและเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือมาก ดังนั้นเวลามีเวลาว่างหลังกินข้าวกลางวันก่อนเข้าเรียนภาคบ่ายผมชอบที่จะไปนั่งอ่านหนังสือในห้องสมุดโดยเฉพาะหนังสือนิยายต่างๆ ส่วนเวลาเย็นผมมักจะเล่นเตะฟุตบอลที่หลังโรงรียนซึ่งเป็นที่โล่งมีลมพัดเย็นสบาย บางครั้งก็ไปเดินเล่นนั่งเล่นคุยกันกับเพื่อนบริเวณนี้ซึ่งอยู่ติดกับที่นาของชาวบ้านแถวนั้น แต่วันที่เรานักเรียนรอคอยกันมากที่สุดน่าจะเป็นวันคริสต์มาส

ที่โรงเรียนจะมีการจัดงานใหญ่มีการจับสลากรางวัลกันและสนุกสนานกันมากที่โรงเรียนก็จะเปิดเพลงคริสต์มาสกันทั้งวัน อีกงานหนึ่งที่พวกเรารอคอยกันมากคืองานวันกีฬาสีที่จะมีการจัดแข่งกีฬาระหว่างสีต่างๆ จำได้ว่ามีอยู่สี่สี คือสีแดง สีเขียว สีเหลืองและสีน้ำเงิน และในวันนั้นจะมีการแข่งขันวิ่งมาราธอนจากปากทางถนนเพชรเกษมเข้าไปถึงโรงเรียนที่อยู่ในหมู่บ้านเศรษฐกิจระยะทางประมาณสามกิโลเมตรซึ่งผมเคยร่วมวิ่งแข่งขันด้วย ตอนที่เรียนที่โรงเรียนอ้สสัมชัญธนบุรีเราจะเรียนวันจันทร์ถึงพุธและหยุดพักผ่อนวันพฤหัสและเรียนต่อวันศุกร์กับวันเสาร์และหยุดพักวันผ่อนอีกทีวันอาทิตย์ ผมเข้าใจว่าทางโรงเรียนคงไม่ต้องการให้นักเรียนเรียนติดต่อกันห้าวันซึ่งคงหนักเกินไป
ตามที่ผมเคยเล่าให้ฟังว่าคุณพ่อของผมเป็นนายช่างของกรมทางหลวงและสนิทสนมและเคยช่วยงานให้กับผู้รับเหมารายหนึ่งซึ่งท่านเสียชีวิตไปนานแล้วเช่นเดียวกับคุณพ่อผม และปัจจุบันบริษัทของท่านแห่งนี้ก็เป็นบริษัทใหญ่ระดับชาติไปแล้วและหนึ่งในลูกชายของท่านก็เคยเป็นถึงรองนายกรัฐมนตรี พวกผมสามคนพี่น้องจึงได้รับอานิสงค์ไปด้วยเนื่องจากบุตรชายทุกคนของผู้รับเหมาท่านนี้ก็เรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีเช่นกัน ดังนั้นทุกเช้าจึงมีคนขับรถของท่านนำรถมารับพวกเราไปโรงเรียนรวมทั้งมารับกลับบ้านในตอนเย็น ผมจำได้ว่ามีรถยนต์สามคันสลับกันมารับพวกเราคันแรกเป็นรถยนต์โอเปิ้ล (Opel)

รุ่นเก่าซึ่งเป็นรถยนต์ยุโรปของประเทศเยอรมันปัจจุบันไม่น่าจะมีการทำตลาดในเมืองไทยเราแล้วแต่อาจจะพอมีวิ่งอยู่บ้างแต่คงมีน้อยมาก อีกคันหนึ่งคือรถยนต์ยี่ห้อปอนติเอก (Pontiac) ที่เราเรียกกันติดปากว่าปอนเตี๊ยกซึ่งเป็นรถอเมริกันปัจจุบันเลิกกิจการไปแล้ว วันไหนที่ปอนเตี๊ยกมารับถือว่าโชคดีเพราะเป็นรถยนต์ที่เบาะนุ่มน่านั่งมากเครื่องยนต์ก็เดินเรียบและนิ่งมากที่สำคัญคือแอร์เย็นสบายถือว่าเป็นรถยนต์ที่หรูหรามากในสมัยนั้นส่วนรถคันที่สามผมจำไม่ได้เสียแล้วว่าเป็นยี่ห้ออะไร

ในช่วงวันหยุดจะเป็นวันที่มีความสุขเหมือนกัน ตอนนั้นคุณพ่อผมใช้รถยนต์เชฟโรเล็ตรุ่นเก่าเป็นรถยนต์อเมริกันคันค่อนข้างใหญ่น่าแปลกที่รถยนต์สมัยนั้นถ้าเป็นเบสิคแล้วจะไม่มีแอร์ติดมากับรถด้วย ซึ่งเวลาขับไปไหนต่อไหนจะใช้วิธีเปิดกระจกหน้าต่างให้ลมพัดเข้ามาบางคันก็เอารถไปติดพัดลม ตอนหลังคุณพ่อผมเอารถไปติดแอร์เพิ่มเองทำให้สบายขึ้นเวลาขับรถในกรุงเทพฯ เพราะเวลาถึงฤดูร้อนอากาศร้อนมากถ้าไม่มีแอร์ก็จะทรมานน่าดู บางครั้งในวันอาทิตย์คุณพ่อจะขับรถพาครอบครัวเราไปเที่ยวกันซึ่งพวกเราจะมีความสุขมากโดยเฉพาะถ้าได้ไปเที่ยวทะเลอย่างศรีราชา บางแสนหรือพัทยา

บางทีไปเช้าเย็นกลับหรือบางครั้งก็ไปพักค้างคืนที่บ้านเพื่อนคุณพ่อที่ศรีราชา บางทีก็เลยไปถึงสัตหีบไปพักบ้านคุณอาที่เป็นนายทหารเรืออยู่ที่นั่น
ประมาณปีพ.ศ. 2514 ได้เกิดวิกฤตขึ้นกับครอบครัวเราคือคุณแม่ของพวกเราได้เสียชีวิตลงจากการผ่าตัดเนื้องอกในสมอง ตอนนั้นผมน่าจะเรียนอยู่ประมาณชั้นประถมปีที่ห้า ภายหลังคุณแม่เสียชีวิตคุณพ่อเริ่มจะห่างเหินจากครอบครัวไปเนื่องจากท่านไปมีภรรยาใหม่และไปสร้างบ้านอยู่แถวๆ ซอยโชคชัยสี่ ถนนลาดพร้าว

แต่พวกเราก็ยังมีคุณป้าคุณอาซึ่งเป็นพี่สาวและน้องสาวของคุณพ่อเลี้ยงดูเราโดยคุณพ่อก็ยังส่งเสียพวกเราอยู่ ความสุขในวัยเยาว์ของเราเริ่มลดลงเพราะเรากลายเป็นเด็กที่ขาดแม่ แต่ผมก็เรียนหนังสือที่โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีจนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 แต่ไม่ได้เรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนนี้

โดยผมมาสอบเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนเทพศิรินทร์และภายหลังครอบครัวของเราได้ย้ายมาอยู่ที่ซอยโชคชัยสี่ถนนลาดพร้าวที่อยู่ใก้ลกับบ้านของคุณพ่อโดยท่านได้ขายบ้านหลังเดิมที่อยู่ที่ซอยเกษมสุข ถนนเพชรเกษมไปและมาซื้อบ้านใหม่ที่ซอยโชคชัยสี่ให้พวกเราย้ายมาอยู่ ผมจึงขอจบเรื่องราวของชีวิตในวัยเยาว์ของผมแต่เพียงเท่านี้เพราะต่อจากนี้ไปผมก็ไม่ใช่ชีวิตในวัยเยาว์แล้วครับ

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนวัดดอนทราย (ไชยประชาสรรค์)
โรงเรียนวัดดอนทราย (ไชยประชาสรรค์)
โรงเรียนวัดดอนทราย (ไชยประชาสรรค์)
โรงเรียนวัดดอนทราย (ไชยประชาสรรค์)